ปัจจุบันปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ เพราะมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของโรคผิวหนัง เนื่องจากน้ำท่วมมักนำมาซึ่งมลพิษ สารเคมี และโรคต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของโรคมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์และแมลงที่ต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่แห้งร่วมกับมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้โรคผิวหนังระบาดหนักขึ้น
สาว ๆ ควรระวัง 5 โรคผิวหนังที่มักเกิดขึ้นเมื่อเผชิญกับน้ำท่วมดังนี้:
- โรคติดเชื้อราบนผิวหนัง
การติดเชื้อราบนผิวหนังอาจทำให้เกิดโรคฮ่องกงฟุตเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณผิวระหว่างนิ้วเท้าซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อราอย่างมาก อาจแสดงอาการเป็นผื่นแดงและสะเก็ดสีขาวลอก การติดเชื้อราไม่รักษาอาจลุกลามและรักษายาก รวมถึงทำให้ผิวหนังเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น - น้ำกัดเท้า
น้ำกัดเท้าเกิดจากการสัมผัสน้ำสกปรกบ่อย ๆ ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองจากความชื้นและสารปนเปื้อน ทำให้ผิวหนังเกิดผื่นแดง ลอกออก และรู้สึกคันและแสบร้อนตลอดเวลา - ติดเชื้อแบคทีเรีย
การติดเชื้อแบคทีเรียเกิดจากตุ่มน้ำพองที่เท้า หรือการลอกของผิวหนังที่ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวได้ง่าย อาจทำให้เกิดโรค Cellulitis ซึ่งทำให้ผิวหนังบวม แดง และเจ็บปวด หากติดเชื้อรุนแรงอาจลุกลามและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ - กลากบนผิวหนัง
กลากบนร่างกายอาจเกิดที่ช่องหู ติ่งหู ใบหน้า และบริเวณอื่น ๆ ทำให้เกิดอาการคันและแสบ คันยิบ ๆ และสามารถลุกลามไปยังผิวหนังส่วนอื่น ๆ ได้ง่าย - กลากขึ้นเล็บ
กลากที่เกิดที่เล็บมือและเล็บเท้า ทำให้เล็บเปลี่ยนสีเป็นสีขาวหรือสีเหลือง และเล็บหนา ผิวเล็บหยาบและไม่เรียบ การติดเชื้อราที่เล็บต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
คำแนะนำในการดูแลผิวหลังน้ำท่วมคือ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหากไม่จำเป็น หากต้องทำ ควรสวมรองเท้ากันน้ำเพื่อปกป้องเท้า และหากน้ำซึมเข้าไปในรองเท้า ควรถอดออกและเช็ดเท้าให้แห้งเสมอ หลังจากเดินลุยน้ำควรทำความสะอาดเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ และเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณระหว่างนิ้วเท้าให้ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งเร็วที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.sanook.com/women